เพราะเด็กทุกคน ควรได้รับโอกาสเติบโตผ่าน “ศิลปะ” และบางครั้ง บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ซ่อนอยู่ในการผจญภัยที่แสนสนุก คาราวานละครหุ่นเรื่อง “อ้อมกอดของต้นไม้ และวันมหัศจรรย์ของเหล่าสัตว์น้อย”โดยกลุ่มไม้ขีดไฟ กำลังเดินทางไปส่งมอบความสุขและเสียงหัวเราะให้กับน้องๆ ใน 40 โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น แต่เบื้องหลังความสนุกของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ ละครเรื่องนี้กำลังชวนเด็กๆ ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิต นั่นคือ… “การเอาชนะใจตนเอง” หลังจบการแสดง มีเสียงสะท้อนที่น่ารักและซื่อตรงจากน้องๆ หลายคน เด็กๆ เล่าให้พวกเราฟังว่า ในชีวิตของเขามี “มาร” ซ่อนอยู่เยอะแยะไปหมด ทั้งความขี้เกียจ ความอยากเล่นสนุกจนลืมเวลา หรือแม้แต่ตอนที่แม่เรียกให้ช่วยงานบ้าน การจะเอาชนะมารเหล่านี้ เด็กๆ บอกว่าเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการ “ฝึกฝืนใจตัวเอง” ซึ่งหลายครั้งก็ผ่านมาได้ แต่หลายครั้งก็พ่ายแพ้จนโดนคุณแม่ดุ เรื่องเล่าซื่อๆ ของเด็กๆ สะท้อนความจริงที่ยิ่งใหญ่… ในยุคที่ “สิ่งเร้า” หรือ “มาร” ในโลกความจริงรุนแรงและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการดื่มตั้งแต่อายุน้อย การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า หรือแม้แต่ “พนันออนไลน์” ที่บุกทะลวงเข้าถึงหน้าจอโทรศัพท์บนเตียงนอนของเด็กๆ การปกป้องพวกเขา… อาจไม่สามารถใช้เพียงการพร่ำบอกตรงๆ...
Category: <span>Education</span>
เช็คลิสต์เคลียร์บ้าน! ของเล่นแบบไหนที่ควร “เอาออก” จากลานเล่นอิสระ?
เช็คลิสต์เคลียร์บ้าน! ของเล่นแบบไหนที่ควร “เอาออก” จากลานเล่นอิสระ? เช็คลิสต์เคลียร์บ้าน! ของเล่นแบบไหนที่ควร “เอาออก” จากลานเล่นอิสระ? เพื่อคืนจินตนาการให้ลูก และสร้างพื้นที่เล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการอย่างแท้จริง วันนี้ชวนคุณพ่อคุณแม่มาสำรวจของเล่นในบ้านกันครับ มาดูกันว่าเช็คลิสต์ “รื้อเพื่อสร้าง” อะไรควรเอาออก และอะไรควรเอาเข้า? ลด: ของเล่นใส่ถ่าน (กดปุ่มปุ๊บ มีเสียง-มีไฟปั๊บ) ทำไมต้องลด? เพราะของเล่นแบบนี้ทำให้เด็กเป็นแค่ “ผู้รับ” นั่งดูเฉยๆ ทำให้เบื่อง่าย และรอคอยไม่เป็น เพิ่ม: ของที่เด็กต้อง “ออกแรง” ถึงจะเกิดผล เช่น กลอง มาราคัส บล็อกไม้ หรือตัวต่ออิสระ ที่เด็กต้องลงมือทำเองถึงจะสนุก ลด: พลาสติกสีฉูดฉาด น้ำหนักเบาหวิว ทำไมต้องลด? เพราะขาดมิติทางสัมผัส และสีที่จัดจ้านเกินไปอาจทำให้สมองเด็กตื่นตัวเกินพอดี (Overstimulated) เพิ่ม: วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ดิบ ผ้าฝ้าย ดินปั้น หินแม่น้ำ (รู้ไหมครับว่า… เซลล์สมองของเด็กเติบโตได้ดีที่สุดผ่านผิวสัมผัสและน้ำหนักที่หลากหลาย!) ลด:...
เล่นข้างเตียง(รพ.)
เพราะการเล่นจะช่วยเยียวยา แม้ในภาวะวิกฤติ มือนึงถูกปักด้วยเข็มน้ำเกลือ อีกมือนึงก็สาละวนหยิบ จับ ของเล่นโน่นนี่ “หนูลืมไปเลยว่าหนูเจ็บ” “เดี๋ยวหนูไปให้หมอตรวจก่อน พี่อย่าเพิ่งรีบกลับนะคะ” “หนูอยู่มาหลายวันแล้ว นี่เพิ่งได้มาเล่นแบบนี้ ดีนะคะ หนูชอบ” แรกๆเด็กๆมีอาการไม่แน่ใจ ว่าเล่นได้มั๊ย หรือควรเล่นมั๊ย แต่เมื่อถูกเชื้อเชิญให้ลองเล่นเท่านั้นแหละ เข็มที่ปักอยู่ที่มือก็หมดความหมาย เสียงเจื้อยแจ้วนั้นทำเอาพี่ๆไม่อยากเก็บของกลับกันเลยทีเดียว เด็กบางคนนั่งเล่นอยู่นานมากตั้งแต่เริ่มขนของขึ้นไปบนหวอด จนพี่ๆต้องไปส่งกลับเข้าห้องเพราะต้องกลับแล้ว บางคนมาเล่น จนเจ้าหน้าที่ต้องมาตาม ให้ไปรับยา/ฉีดยา แล้วกลับมาใหม่ บางคนตามมาส่งจนถึงรถ และบางคนก็ขอของเล่นบางชิ้นไปเล่นต่อบนเตียง หากไม่มองชุดที่ใส่ มือที่ถูกปักเข็มอยู่ เสาน้ำเกลือข้างๆตัว น้องๆก็ดูปกติดีนะ ไม่เหมือนคนป่วยเลยซักนิด “ผมรู้สึกสบายใจมากที่ลูกได้เล่น เพราะอยู่บนเตียงไม่มีอะไรทำ ลูกก็ร้องขอแต่โทรศัพท์เพราะเค้าเองก็คงเบื่อ” “ลืมเจ็บไปเลย เหมือนจะกลับบ้านได้แล้วนะนั่น” เสียงของพ่อแม่ผู้ซึ่งเฝ้าดูแลน้องๆอย่างใกล้ชิด สะท้อนกับพวกเราว่า การที่เด็กๆได้ลุกจากเตียงมาเล่น เหมือนช่วยให้เค้าได้ผ่อนคลาย และลืมอาการเจ็บป่วยไปได้ชั่วขณะ เล่นจนเหมือนเด็กที่ไม่มีความป่วยไข้ใดใดเลย นั่นเพราะ“เล่น เป็นยา” เครือข่ายที่ทำงานเรื่องเล่นในต่างประเทศเคยเล่าให้ฟังว่า คุณหมอเคยสั่งยาให้เด็ก ด้วยการบอกพ่อแม่ว่า “ให้ลูกไปเล่นอิสระ” คือยาที่ดีที่สุด แม้จะเข้าใจและเชื่อมั่นสิ่งนี้ไม่ต่างจากหมอ แต่พอมาถึงวันที่ได้มีโอกาสมาจ่ายยาให้เด็กๆที่ป่วยเอง คำบอกเล่านั้นยิ่งชัดแจ้ง “การเล่นเป็นยา” เป็นสิ่งที่ไม่เกินความจริง. มีผลการศึกษา...
“เด็กอยากอ่านหนังสือนะครับ” พวกเรายืนยัน…
เด็กอยากอ่านหนังสือนะครับพวกเรายืนยัน… แต่เด็กมีเงินไม่พอจะซื้อแต่เด็กอยู่ไกลร้านหนังสือ และห้องสมุดมากเกินกว่าจะไปถึง ส่วนห้องสมุดโรงเรียนนั้นแน่นไปด้วยหนังสือเรียน จนจะกลายเป็นโกดังไปซะแล้วพอเราเอาหนังสือไปให้เด็กๆได้เลือกเป็นเจ้าของ ความกระหายอยากรู้ว่าหนังสือที่เขาเลือกไปมีอะไรคอยอยู่ข้างใน มันเกิดขึ้นและมันจะไม่ดับลงง่ายๆวันนี้เราออกไปสร้างนักอ่านเมื่อมีนักอ่านมากขึ้น ก็เท่ากับว่าเรากำลังสร้างความคึดคักให้ วงการนักเขียนและวงการสิ่งพิมพ์เมื่อเด็กๆโตขึ้น พร้อมๆ กับความเป็นนักอ่านเขาจะสามารถลงทุนในความรู้ได้…เด็กฉลาด = ตลาดคึกคักครับ
“อยากมีพื้นที่เล่นอิสระ เริ่มจากตรงไหนก่อนดี”
“อยากมีพื้นที่เล่นอิสระ เริ่มจากตรงไหนก่อนดี” แม้ว่าการเล่นอิสระจะเป็นการเล่นที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย แต่การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการเล่นนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพื้นที่เล่นอิสระต้องเปิดให้เด็กเข้าถึงพื้นที่ได้มากที่สุด และเอื้อให้เรียนรู้ รับประสบการณ์ที่หลากหลายด้วยตัวเด็กเอง ซึ่งการออกแบบพื้นที่เล่นอิสระนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ . บ้าน จะมีเด็กเล่นไม่กี่คน อาจหาพื้นที่เล็กๆ และนำวัสดุภายในบ้านมาจัดมุมเล่นตามความต้องการของเด็ก โรงเรียน หรือพื้นที่สาธารณะ จะเป็นสถานที่มีเด็กเล่นจำนวนมาก และมีหลายวัย ต้องออกแบบพื้นที่อย่างรอบคอบ จากขั้นตอนต่อไปนี้ . 1. สำรวจพื้นที่ ประเมินลักษณะพื้นที่ว่าส่วนไหนเหมาะกับกิจกรรมใด เพื่อนำมาออกแบบพื้นที่โดยการวาดแปลนง่าย ๆ เช่น ลักษณะทางกายภาพ พื้นที่เป็นเนิน หรือหลุมบ่อ ต้นไม้ ระยะร่มเงา รั้ว ทางเดิน สนามหญ้า แสงอาทิตย์ ลม สาธารณูปโภค เช่น ท่อระบายน้ำ ที่วางหลุมขยะเปียก ขยะแห้ง บริเวณรอบนอกของพื้นที่เล่น เป็นบ้านเรือน ย่านธุรกิจ ถนน หรือสวนสาธารณะ เพื่อประเมินความขัดแย้งจากเสียงของเด็ก 2. ออกแบบแปลน วาดรายละเอียดทั้งหมดที่ต้องการสร้าง ได้แก่ โครงสร้างเดิมที่ต้องการเก็บไว้ เช่น...
3 ไอเดียชวนลูกเล่นกับอาหาร
คุ้นๆ กับคำดุนี้มั้ยของกินอย่าเล่น…วันนี้ชวนมาลองปรับมุมคิดสร้างโอกาสการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้เด็กกันกับ 3 ไอเดียชวนลูกเล่นกับอาหาร หยิบผักในตู้เย็นมาบดทำเป็นสีสร้างงานศิลปะชิ้นใหม่ ปล่อยให้ลูกได้ชิมรสชาติของอาหารในระหว่างที่บดหรือวาดรูป ปิดตาชิม สำรวจรสชาติทั้ง 5 คือ หวาน เปรี้ยว เค็ม ขมและกลมกล่อม เพื่อนำเสนอวัตถุดิบใหม่ๆ มะนาวหน้าบึ้ง แข่งกับลูกกินมะนาวหั่นชิ้นเล็ก หลังจากกินแล้วต้องทำหน้าให้นิ่งมากที่สุด ใครทำหน้าเหยเกก่อนคนนั้นแพ้ อาจเพิ่มความแปลกใหม่โดยเติมเครื่องปรุงอื่นลงไปเพิ่มเช่นน้ำผึ้ง เกลือ ให้ลูกได้รับรสที่หลากหลายขึ้นทุกมื้อคือโอกาสสอนลูกเรื่องรสชาติ ให้ลูกช่วยทำอาหาร ปล่อยให้ลูกชิมส่วนผสมทั้งก่อนปรุงและหลังปรุง พาลูกไปเดินตลาดหรือร้านอาหารต่างวัฒนธรรมนอกเหนือจากความสนุกสนานแล้ว แบบอย่างที่ดีก็สำคัญไม่แพ้กัน พ่อแม่ควรกินให้ลูกดูเป็นตัวอย่างก่อนชวนลูกกินอะไรก็ตาม อ้างอิง : หนังสือ Play To Progress (เล่นให้เป็นเล่นให้ไกล) โดย Allie Ticktin
Wood DIY โดยกลุ่มไม้ขีดไฟ
กลุ่มไม้ขีดไฟอยากชวน น้องๆ หนูร่วมเดินทางที่น่าตื่นเต้นสู่โลกแห่งช่างไม้และปลดปล่อยความเป็นช่างฝีมือในตัวคุณ! 🔨 🏠 คุณเบื่อของเล่นธรรมดาๆ และกำลังมองหาประสบการณ์จริงที่จะสอนทักษะอันมีค่าให้กับคุณหรือไม่? กลุ่มไม้ขีดไฟ ขอแนะนำเวิร์คช็อป “งานช่างไม้สำหรับเด็ก” ที่ซึ่งจินตนาการมาบรรจบกับงานฝีมือ 🎨✨ 🔧 เรียนรู้ศิลปะงานไม้และสร้างของใช้ในบ้านของคุณเอง! ตั้งแต่ที่วางโทรศัพท์น่ารักไปจนถึงที่เก็บสายหูฟัง กับความความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด 🔧 👷♀️ ภายใต้คำแนะนำของช่างไม้ผู้ชำนาญ คุณจะได้ใช้เครื่องมือ เช่น ค้อน เลื่อย และสว่านอย่างปลอดภัยและเหมาะสม ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเรา! 👷♂️ 📚 แต่มันไม่ใช่แค่การลงมือทำเท่านั้น แต่มันเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วย! เวิร์กชอปของเราออกแบบมาเพื่อเสริมทักษะการแก้ปัญหา เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมการงานทำมือ ที่เป็นพื้นฐาน สำคัญต่ออนาคต 🤝 🌈 ค้นพบความสุขในการเปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นสิ่งของที่สวยงามและใช้งานได้จริงที่คุณตั้งโชว์ที่บ้านได้อย่างภาคภูมิใจ 🏡✨ 👧👦 เวิร์คช็อปช่างไม้สำหรับเด็กของเราเปิดให้บริการสำหรับเด็กอายุ 8 ถึง 14 ปี โดยมีโดยใช้เวลา ประมาณ 3 ชม เลือกได้ตั้งแต่ช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย แล้วปล่อยให้ความมหัศจรรย์ของงานไม้เผยออกมา! 👧👦 🎉 อย่าพลาดโอกาสอันเหลือเชื่อนี้ในการเรียนรู้ทักษะสำคัญที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตไปพร้อมกับความสนุกสนาน 🎉 โรงเรียนใดสนใจ...
อาสาทำของเล่นให้เด็กพิการ
กลุ่มไม้ขีดไฟ จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กไทยได้เล่นเสรี (เล่นอิสระ) Free Play เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยได้เข้าถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน ทั้งอารมณ์ จิตใจ และร่างกาย และสังคม และในการดำเนินงาน เราค้นพบว่า มีเด็กพิการจำนวนมากเข้าไม่ถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ ด้วยอุปสรรค์ หลายๆ ด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ ทัศนคติ และอื่นๆ กลุ่มไม้ขีดไฟ จึงอยากเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมกัน สร้างสรรค์ ของเล่น ส่งเสริมพัฒนาการเด็กพิการ เพื่อนำไปมอบให้น้องๆ เพื่อเปิดโอกาศให้น้องๆ ได้เข้าถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ และส่งเสริมพัฒนาการตามวัย รับสมัครอาสาทำของเล่น11-12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สวนไฟฝัน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีเด็กพิการ/เด็กออทิสติกจำนวนหนึ่ง เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ ไม่สามารถออกมาเล่นได้เหมือนเด็กทั่วไปน้องๆ อยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปไหน… กลุ่มไม้ขีดไฟจึงอยากเชิญชวน ผู้สนใจทุกเพศทุกวัย เข้ามาเรียนรู้แนวคิดของเล่นแบบไหน ดีกับเด็ก พิการ และช่วยกันทำออกแบบเราจะส่งตรงถึงบ้านน้องๆ ให้ถึงมือ คุณสมบัติ รับทุกช่วงอายุ /มีความสามารถในการใช้เครื่องมือช่าง หรือ ฝีมือศิลปะ สามารถคิดสร้างสรรค์ต่อยอดได้ด่วนรับจำนวนจำกัด เพียง 20...
เรื่องที่คนกล่าวถึง เขาใหญ่ดีจัง
เมื่อเราชวนนักอยากเขียน ตระเวณไปรอบๆเขาใหญ่ พาไปรู้จักเพื่อนพี่น้องของเรา เพื่อให้เขาช่วยเล่าเรื่องของพวกเรา ในนามของคนแปลกหน้า ช่วยแนะนำเราให้คนทั่วไปได้รู้จัก ในแบบของแต่ละคน จึงเกิดเรื่องเล่า ตามมามากมาย พื้นที่เรียนรู้สวนปู่สมห้องเรียนต้นกล้วยนกทำให้ฉันเปลี่ยนไปHow to ดูนกเล่าเรื่องนกที่บ้านสวนมีกินสวนไฟฝัน (กลุ่มไม้ขีดไฟ)เขามีไรกัน?ร้านค่าเฟ่ ที่ไม่ได้ขายแค่รสชาติของน้ำกิจกรรมธรรมชาติ ที่ The Tropical ECO Cafe’ทลายกำแพงห้องเรียน กับ 5 พื้นที่เรียนรู้รอบเขาใหญ่ แนะนำนักอยากเขียนที่อาสามาร่วมเดินทางด้วยกัน จันทรัสม์ จันทรทิพรักษ์ (นุ๊ก) สถาปนิกชุมชน ทำงานด้านกระบวนการมีส่วนร่วม เชื่อในกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเดินทาง ผู้คน งานคราฟ อาหาร และบทสนทนาดี ๆ กะห์ ดอกไม้ยิ้มมาไกลจากยะลา ดั้นด้นไปเรียนครูถึงยอร์คจาการ์ตา กะห์เป็นสาวมุสลิมชิคๆ มั่นใจ เดินทางและเห็นโลกกว้างมามากมาย ครูแบบกะห์เป็นครูที่เราอยากเห็น ช่างดีงามมากที่เธอบอกว่าเธอเป็นครูที่สอนอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ บ้านของเธอ อังคาร สาวน้อยที่ไม่ได้เกิดวันอังคารและยิ่งไม่ได้มาจากดาวอังคาร เด็กสาวช่างคิดที่เรียนโฮมสคูลจากขอนแก่น ผู้เดินธรรมยาตราที่สุคะโตมาตั้งแต่หกขวบ กล้าพูด กล้าแสดงความเห็น และเป็นความเห็นที่ต้องหยุดฟัง พร้อมกับตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ตอนอายุเท่านี้เราเป็นยังไงนะ?” ป่าน...
#กิจกรรมธรรมชาติ ที่ The Tropical ECO Cafe’
กิจกรรมแรกเริ่มขึ้น พวกเรามามุงกันที่โต๊ะสีธรรมชาติ เกรซผู้ซึ่งเป็นบาริสต้าชงเครื่องดื่มอยู่เปลี่ยนบทมาเป็นครูสอนได้อย่างคล่องแคล่ว ดูใจเย็นและค่อย ๆ อธิบายเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสีต่าง ๆ จากพืชและหินไปจนถึงเทคนิคในการทำให้สีติดทนทานการเตรียมสีใช้ความอดทน สีธรรมชาติไม่เหมือนสีสำเร็จที่เราสามารถผสมน้ำใช้ได้เลยทันทีดอกไม้ใบไม้สีเขียว เหลือง แดง ให้ความงามต่างเฉดต่างโทนกัน เมื่อเอามาผสมกันบางทีก็เปลี่ยนเป็นสีอื่นเสียอย่างนั้น สีจากหินหรือดินมีความทึบแสงมากกว่า ผืนดินแต่ละแห่งเกิดเป็นpantone ที่ต่างกันอีก สิ่งเหล่านี้คือความสนุกและเสน่ห์ของสีธรรมชาติที่เชื่อว่าหลายคนอยากกลับไปลองทำที่บ้านตัวเอง พวกเราแบ่งกันผสมคนละสีสองสีแล้วเริ่มวาดลงในโปสการ์ดที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วเอาไปหนีบผึ่งไว้เรียงรายกันอยู่บนราว สตอรี่ของสีธรรมชาติในมุมมองของแต่ละคนออกมาในมุมที่ต่างกัน แม้จะเป็นสีจากการผสมชุดเดียวกัน ฉันมองโปสการ์ด..แล้วนึกอยากแต่งไฮกุประกอบสักบทหนึ่ง.. เทียบใบไม้แต่ละใบ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย ๆ ใกล้ตัวเรามาก คนเราอาจเห็นต้นไม้ ชอบเดินป่า แต่เรากลับไม่ได้สังเกตเรื่องรูปร่างหน้าตาของใบไม้ใกล้ตัว เราอาจจะคุ้นเคยกับเถาตำลึงที่ขึ้นอยู่ข้างบ้าน แต่บางครั้งมันก็อธิบายยากว่าหน้าตาของโคนและปลายใบตำลึงตัวผู้และตัวเมียนั้นต่างกันอย่างไร? เราอาจจะไม่ได้สังเกตว่ามดแดงบนต้นมะม่วงนั้นเริ่มต้นสร้างรังของพวกมันได้อย่างไร? หรือว่าแมงมุมที่ชักใยอยู่ตามต้นไม้นั้นเป็นแมงมุมกระโดดใช่หรือไม่? กิจกรรมนี้เตือนเราเรื่องการสังเกตสิ่งเล็กน้อยรอบตัวได้ดีทีเดียว สิ่งเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันเป็นระบบนิเวศน้อย ๆ รอบ ๆ ตัวเรา.. นิเวศแห่งมิตรสหาย เกือบหนึ่งวันเต็มกับกลุ่มใบไม้ ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งวันที่คุ้มค่า อาหารและเครื่องดื่มรสดีที่คนทำใส่ใจเรื่องวัตถุดิบที่ต้องมีที่มาที่ไป กิจกรรมเกี่ยวกับธรรมชาติที่สามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ถ้าจะสรุปถึงความเป็น “ใบไม้” จากสิ่งที่ได้สัมผัส นอกเหนือจากความเป็นนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแฟนคลับมากมาย เรายังเห็นมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของเพื่อนที่พัฒนาขึ้นผ่านความรักความชอบในธรรมชาติเหมือนกัน บ่มเพาะความผูกพันด้วยกิจกรรมค่ายสิ่งแวดล้อม ผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุข ใช้ความสนใจและความถนัดของแต่ละคนมาช่วยกันจนเกิดเป็น...









