#เล่าเรื่องดูนกที่บ้านสวนมีกิน

#เล่าเรื่องดูนกที่บ้านสวนมีกิน

ในเช้าวันที่สามของการเดินทาง ตารางของวันนี้จะเปลี่ยนไปนิดหน่อย เพราะวันนี้เราต้องตื่นเช้ากันเป็นพิเศษ เพื่อไปทำอีกกิจกรรมที่เรียกได้ว่าขาดไม่ได้จริงๆ นั่นคือการดูนก

เราไปถึงบ้านสวนมีกินของพี่ปูราวๆ หกโมงเกือบเจ็ดโมงเช้า มันคือบ้านสวนเล็กๆ เมื่อเดินเลยป้ายหน้าที่ติดไว้ตรงประตูหน้าเข้าไปก็จะเจอกับบ้านไม้สองชั้นที่พี่ปูใช้เป็นทั้งที่อยู่และที่ทำกิจกรรม เดินลึกเข้าไปหน่อยก็จะเป็นศาลาริมน้ำที่บรรยากาศดีมาก จากตรงนี้สามารถมองออกไปเห็นเขาใหญ่ได้เลย  ซึ่งจุดเด่นที่ใครเข้ามาก็ไม่พลาดแน่ๆ คือต้นไม้ใหญ่ที่ล้อมอยู่รอบๆ มันคือไม้ใหญ่ที่เป็นไม้ดั้งเดิม ไม่ใช่ไม้ที่ปลูกใหม่ตอนที่พี่ปูเพิ่งย้ายเข้ามาแน่ๆ พร้อมกับเสียงนกร้องอยู่รอบตัว เสริมให้อากาศเย็นๆ สบายเข้าไปอีก

เมื่อเข้ามาถึงเราก็ทำการแนะนำตัวกัน แนะนำอุปกรณ์ แล้วก็ไปลุยกันโลด

เช้านี้อากาศกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป และเหล่านกทั้งหลายก็ดูจะเห็นด้วย คือถ้าไม่ใช่เพราะนัดกันมาก่อนก็คงเป็นเพราะแถวนั้นนกเยอะจริงๆ ด้วยความที่เป็นนกทุ่ง ข้อดีของมันคือหาง่าย จะไม่ค่อยซ่อนอยูใต้ร่มไม้เหมือนนกป่า แต่ข้อเสียคือบางครั้งมันก็หน้าตาเหมือนกันมาก ทำให้ถ้าไม่เซียนจริงก็อาจจะจำแนกได้ยาก แต่ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีพี่ปูมาเป็นคนนำเราดูนกซะอย่าง

ตัวแรกที่เราได้เห็นคือนกเขาชวาที่อยู่ดีๆ ก็บินมาเกาะบนพื้นตรงหน้าเหมือนกับเตี๊ยมกันมา ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีว่าวันนี้เราจะได้เห็นนกแน่ๆ (ก็เห็นนกเขาชวาแล้วนี่ไงตัวนึง) ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้เห็นนกทั้งหมด 17 ชนิดจากเดินส่องกันราวๆ หนึ่งชั่วโมง ระหว่างที่ดูไป เวลาที่เราเจอนกตัวไหนพี่ปูก็จะตั้งสโคปให้พวกเราได้ดูกันชัดขึ้น แล้วก็มาลงคะแนนเสียงกันว่ามันคือนกตัวไหนจากเบิร์ดไกด์ หนังสือดูนกที่มีนกของแทบทั้งประเทศอยู่ใ ทำให้การดูนกสนุกขึ้นมาก เพราะเราไม่ได้แค่ดูแล้วรู้ว่าตัวไหน เราได้ใช้เวลาค่อยๆ ดู ทั้งจากลักษณะทั่วไปจนถึงลักษณ์เด่น ซึ่งก็ถูกบ้างผิดบ้างตามประสามือใหม่ทั้งหลาย แต่ก็คือได้รู้เรื่องนกจากพี่ปูมากกว่าที่ได้รู้ในหนึ่งปีซะอีก

กิจกรรมดูนก

หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่บ้านสวนมีกิน พี่ปูให้เราวาดรูปนกหนึ่งตัวที่ประทับใจ ซึ่งผมเลือกนกกวัก นกท่าทางตลกที่เราได้เจอกันมา ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะชื่อมันตลกดี เรียกได้ว่าการทุกคนได้งัดฝีมือการวาดรูปของตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่มากๆ คือเงียบกันไปพักใหญ่ๆ ไม่มีใครชวนใครคุยเพราะต่างคนต่างก็ตั้งอกตั้งใจอยู่กับกระดาษตรงหน้า อยากจะทำให้รูปนกของตัวเองสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งอะไรแบบนี้ก็สนุกดีนะ แต่จะเป็นความสนุกที่สงบหน่อยเพราะเราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนั้นก็คือกระดาษที่วางรอให้เราเติมแต่งสีตรงหน้า ฟังดูเว่อนะ แต่ของแบบนี้มันต้องได้ลองจริงๆ เพราะส่องที่เราวาดมันไม่ใช่แค่ตัวอะไรก็ได้ แต่มันคือนกที่เราได้เห็นเองกับตา ได้ฟังนิสัยหรือเรื่องตลกๆ ของมัน มันเลยแตกต่างจากไปนกตัวอื่นๆ ที่เราเคยเห็นแค่รูปหรือแม้แต่วิดีโอ เพราะนี่คือสิ่งที่มีแค่การมาดูจริงๆ เท่านั้นที่จะมอบให้ได้ เอาจริงแค่ได้ตื่นเช้าๆ มาสูดอากาศยามเช้าก่อนแดดจะร้อนนี่ก็คุ้มค่าแล้ว

หนังสือดูนก

หลังจากที่วาดรูปนกเสร็จพี่ปูก็มาเล่าที่มาที่ไปของการดูนกและบ้านสวนมีกินให้ฟัง มันเริ่มมาจากการดูผีเสื้อก่อน ก่อนที่พี่ปูจะได้มาเจอกับนก และตกหลุมรักมันจริงๆ

คือพี่ปูก็ไม่ได้บอกหรอกนะว่ามันคือความรักหรืออะไร แต่จากวิธีที่แกเล่าเรื่องนกให้เราฟัง binocular คู่ใจที่ดูเหมือนจะมากไปด้วยประสบการณ์ หรือเบิร์ดไกด์ที่พี่ปูเอามาเปิดให้ดูการ ’ปิดเพจ’ หรือการดูนกทุกตัวในหน้านั้นให้เราดู ผมว่าถ้ามันไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับความรักมากๆ ซึ่งมันทำให้การดูนกสนุกยิ่งขึ้นไปอีกเพราะเราสัมผัสได้เลยว่ามันพิเศษมากๆ เช่นในตอนที่พี่ปูเล่าเรื่องเจ้ากระติ๊ดขี้หมู นกธรรมดาๆ ทั่วไปที่แกสามารถเล่าด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งไปกับมันได้ และเห็นได้ชัดเลยว่าพี่ปูก็มีความสุขมากที่ได้เล่าให้เราฟัง ถึงแม้ว่าแกอาจจะเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วหลายร้อยครั้ง

พี่ปูเล่าให้เราฟังว่าการดูนกนี่แหล่ะคือจุดเริ่มต้นของบ้านสวนมีกิน เพราะพอเริ่มดูนก พี่ปูก็เริ่มค้นหาย้อนไปจนถึงต้นกำเนิดของนก ต้นกำเนิดของโลก จนได้เห็นว่ามนุษย์ได้ทำลายโลกไปมากเท่าไหร่จากการใช้ชีวิตในปัจจุบัน มันเลยเป็นเหตุผลที่แกทิ้งวิถีชีวิตแบบเดิมออกมาอยู่นอกหมู่บ้าน ใช้ไประบบโซลาเซลแบบ 100% ปลูกผักกินเอง ใช้ไม้ก่อไฟทำกับข้าว ง่ายๆ ก็คือพึ่งตัวเองแทบทุกอย่าง มันคือการอยู่กับนก กับต้นไม้ กับธรรมชาติจริงๆ เพราะพี่ปูไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตที่เรียบง่ายที่พึ่งพาตัวเองได้ แต่พี่ปูอยากที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยไม่เบียดเบียนกัน อยู่ด้วยกันจริงๆ ซึ่งจากที่ฟังแกมาคือมันลึกซึ้งมากๆ

ตลอดเวลาครึ่งวันที่เราได้อยู่กับพี่ปู เราได้ดูนก วาดนก แล้วก็ทำบ้านนกจากขวดพลาสติก มันอาจจะดูน้อยนะแต่ผมว่าไฮไลต์จริงๆ ของมันคือการได้นั่งฟังพี่ปูเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟัง มันไม่ใช่การสอน แต่มันคือการบอกเล่าด้วยแพชชั่นที่เราสัมผัสได้เลยจากแค่การนั่งคุยกันธรรมดาๆ นี่แหล่ะ ผมเชื่อว่าพี่ปูคงเคยเล่าเรื่องนี้มาเป็นสิบๆ ร้อยๆ รอบแล้ว แต่พี่ปูก็ยังคงเล่าทุกอย่างให้เราฟังอย่างตื่นเต้นและสนุกไปกับการเล่าทุกรายละเอียด มันเลยทำใหการฟังมันสนุกน่าติดตามจริงๆ เพราะเราสัมผัสความรู้สึกที่แกแผ่ออกมาได้เลย

น่าเสียดายที่เรามีเวลาไม่มากเลยไม่ได้ฟังต่อ ซึ่งถึงแม้แกจะเล่าเรื่องที่มาที่ไปให้เราฟังแล้ว ผมก็ดูออกเลยว่าแกยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่คันปากอยากเล่ายิกๆ

สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้เหมือนกันจากทั้งสามที่ที่เราได้ไปมา คือแพชชั่นอันแรงกล้าที่ในแบบที่เรารู้เลยว่าอะไรก็ขวางคนเหล่านี้ไม่ได้ มันคือความอยากสร้าง อยากทำ อยากเป็นส่วนช่วยให้คนคนหนึ่งได้เติบโตได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่มีสอนในห้องเรียนสี่เหลี่ยมเล็ก

ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการสอนคือวิธีการ และเมื่อเอาความรัก ความรู้ และสถาณที่ที่เหมาะสมมารวมเข้าด้วยกันมันก็กลายเป็นสิ่งที่พิเศษไม่เหมือนใครและมีที่เดียวในโลก

………………………………………………………

สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดูนกกับเครื่อข่ายเขาใหญ่ดีจัง ได้โดยการรวมตัวกัน 6 คน ขึ้นไปไม่จำกัดอายุ ติดต่อสอบถามนัดหมาย โดยใช้พื้นที่ จ.นครนายก หรือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่าย และอื่นๆ ได้ที่ Line : kuisattha หรือที่ 081 7321412

เขียนโดย
Death star

วันสุข วรรณพัฒน์ (อังคาร)

เด็กบ้านเรียนที่รักสัตว์ทุกชนิดและหวังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศจากภายใน